การซื้อที่อาจจะล้มเหลว

    ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่พอใจการเสริมทัพของบอร์ดบริหารของสโมสรที่นำโดยเอ็ด วู๊ดเวิร์ด รองประธานฝ่ายบริหารสโมสรก็ตาม แต่ว่าทีม “ปีศาจแดง” ก็ใช้เงินไปไม่น้อยทีเดียว กับการเสริมทัพนักเตะเข้ามาสู่ทีม 3 คน โดยนักเตะที่แพงที่สุดและเป็นที่สนใจมากที่สุดก็คือเฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลชุดลุยศึกฟุตบอลโลกทที่รัสเซีย ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปคว้าตัวมาจากชัคต้าร์ โดเน็ตส์ ทีมแชมป์ของลีกยูเครนมาด้วยค่าตัวสูงถึง 53 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งมีรายงานข่าวว่าพวกเขาไปตัดหน้าคว้าตัวมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ความสนใจกองกลางวัย 25 ปีรายนี้มาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมแล้วด้วย แต่ว่าไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับทางทีมดังจากยูเครนได้ทัน ทำให้การเจรจายืดเยื้อมาจนจบฤดูกาล และเป็นคู่ปรับจากเมืองแมนเชสเตอร์ มาแย่งคว้าตัวไปได้ในที่สุด

การมาของเฟร็ด ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำให้โชเซ่ มูรินโญ่ มีทางเลือกในการจัดตัวในแดนกลางมากขึ้น และสามารถเล่นระบบ 4-3-3 เหมือนทีมที่ประสบความสำเร็จด้วยการมีกองกลางที่ยอดเยี่ยมอย่างบาร์เซโลน่า หรือเรอัล มาดริดได้เลย โดยมีเนมานย่า มาติช กองกลางทีมชาติเซอร์เบียเป็นกองกลางตัวรับ มีเฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลเป็นนักเตะที่ขยันวิ่งไล่บอลคอยช่วย และมีปอล ป็อกบา กองกลางพรสวรรค์สูงเป็นคนเชื่อมเกมไปยังแดนหน้า ซึ่งน่าจะลงตัวทีเดียว แต่พอเริ่มฤดูกาลมาเฟร็ดก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงทันที เนื่องจากนัดแรกๆ นั้นเนมานย่า มาติช ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่และยังไม่ฟิตพอที่จะลงสนาม ทำให้โชเซ่ มูรินโญ่ต้องส่งลงสนามทันที ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เวลาในการปรับตัวกับเกมพรีเมียร์ลีกเลยด้วยซ้ำ และด้วยผลงานของทีมที่แย่ด้วย ทำให้ผลงานส่วนตัวของเขาที่ออกมาก็ย่ำแย่ไปด้วย

จาก 4 นัดที่ผ่านมา เฟร็ด กองกลางตัวใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ลงสนามช่วยทีมไปใน 3 นัดแรก และทีมมีสถิติชนะแค่นัดเดียวเท่านั้น ทำให้นัดต่อมาเขาถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง โดยกุนซือของทีมเลือกที่จะใช้มารูยาน เฟลไลนี่ กองกลางร่างสูงทีมชาติเบลเยี่ยมมาเล่นเป็นกองกลางตัวรับยืนอยู่หน้าแผงหลังแทน ซึ่งผลที่ออกมาดีทีเดียว และทำให้เกมของทีมนิ่งขึ้น และมีโอกาสไม่น้อยทีเดียวที่เฟร็ดอาจจะหลุดไปเป็นตัวสำรองยาวในฤดูกาลนี้ และหากเป็นเช่นนั้นก็น่าจะเป็นการซื้อตัวที่ล้มเหลวที่สุดประจำฤดูกาลนี้เลยก็ได้