มาตรฐานใหม่

    ในฤดูกาล 2018-2019 ของศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่ได้มีการเปิดโหวตว่าจะมีการนำระบบ VAR เข้ามาใช้ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้เลยหรือไม่ แต่ว่ามีถึง 14 ทีมที่ยังไม่เห็นด้วยกับระบบ VAR จึงทำให้พรีเมียร์ลีกต้องพับเก็บโปรเจ็กต์นี้ไปก่อน และคงค่อยมาทำการเปิดโหวตกันใหม่ในฤดูกาลหน้า ทำให้ในฤดูกาลนี้คงต้องพึ่งผู้ตัดสิน 4 คนที่ทำหน้าที่ในแต่ละนัดไปก่อน ทั้งๆ ที่ลีกใหญ่ๆ อย่างกัลโช่ เซเรีย อาก็มีการใช้มาตั้งแต่เมื่อฤดูกาลก่อนแล้ว รวมถึงลา ลีก้าสเปนก็ได้มีการนำระบบ VAR มาใช้ในฤดูกาลนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้การตัดสินของผู้ตัดสินมีน้ำหนักมากขึ้น และยังทำให้สามารถแก้ไขคำตัดสินได้ด้วย และอีกอย่างที่สำคัญก็คือทำให้นักเตะแต่ละคนไม่กล้าทำพฤติกรรมที่แย่ๆ และการเล่นตุกติกต่างๆ ด้วย

แต่เนื่องจากการที่พรีเมียร์ลีกยังไม่นำระบบ VAR มาใช้ ทำให้ใน 4 นัดของพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์คล้าๆ การทำร้ายนักเตะไปแล้วถึง 2 ครั้ง ทั้งในรายของริชาร์ลิซอน ตัวรุกที่ติดทีมชาติบราซิลเรียบร้อยแล้วของเอฟเวอร์ตัน ที่เอาหัวไปดันกับนักเตะของบอร์นมัธ ซึ่งก็ไม่ได้มีความรุนแรงอะไรมากมาย แต่ผู้ตัดสินก็มองว่าเจตนาของอดีตนักเตะวัตฟอร์ดอนั้นไม่ดี ทำให้ตัดสินใจให้ใบแดงไล่ออกไปทันที และครั้งต่อมาก็คือจังหวะที่มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปโดนฟิล บาร์สลี่ย์เล่นนอกเกม และทำให้เจ้าหนูวัย 20 ปีควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ และเอาหัวไปดันกลับ ทำให้ผู้ตัดสินก็ให้ใบแดงไล่ออกจากสนามเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะไม่แรงก็ตาม แต่ผู้ตัดสินน่าจะมองที่เจตนาเป็นหลัก ซึ่งทั้ง 2 เหตการณ์นี้เหมือนกับเป็นมาตรฐานใหม่ของผู้ตัดสินใจพรีเมียร์ลีกด้วย ที่จะให้ใบแดงนักเตะทันที หากว่าเห็นเจตนาที่จะเข้าไปทำร้ายคู่แข่งแบบนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้การทำวิธีการแบบเดียวกับริชาร์ลิซอน หรือมาร์คัส แรชฟอร์ดนั้น ผู้ตัดสินให้เต็มที่ก็แค่ใบเหลืองเท่านั้น

หลังจากเริ่มฤดูกาลพรีเมียร์ลีกมาแค่ 1 เดือนเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินมากทีเดียว ทั้งในเรื่องของการให้ใบแดงที่ง่ายเกินไป หรือการให้จุดโทษต่างๆ ที่ฤดูกาลนี้แจกจุดโทษกันเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว ทำให้แฟนบอลหลายคนเริ่มถามหา VAR เสียแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีกระแสต่อต้านอย่างกว้างขวางเลยทีเดียว ซึ่งฤดูกาลนี้คงจะต้องทนกันต่อไปกับมาตรฐานของผู้ตัดสินที่ 3 วันดี 4 วันไข้