อย่าไว้ใจ ‘เชโก้’

      บอสเนีย และ เฮอร์เซโกวิน่า คือชาติที่ได้แบ่งแยกมาจากยูโกสลาเวียเมื่อปี 1992 ทำให้ประวัติศาสตร์ในด้านของวงการฟุตบอลมีไม่มากนัก โดยพวกเขาได้พึ่งมาเริ่มคัดเลือกฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2002 ที่เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพเท่านั้น แต่อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วที่ประเทศบราซิลเมื่อปี 2014 แต่ทว่าพวกเขาไม่สามารถผ่านรอบคัดเลือกในปี 2018 ไปได้ แต่ในส่วนของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปนั้นพวกเขายังไม่เคยผ่านเข้ารอบสุดท้ายแม้แต่ครั้งเดียว โดยนักเตะชื่อดังในยุคนี้ของพวกเขาก็คือมิราเล็ม ปานิช เพลย์เมคเกอร์ตัวกลั่นของยูเวนตุส และเอดิน เชโก้ กองหน้าร่างใหญ่ของโรม่านั่นเอง โดยเชโก้ถือว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของบอสเนียเลยก็ว่าได้ เมื่อเขาเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมชาติ รวมถึงเป็นนักเตะที่ติดทีมชาติมากที่สุดในเวลานี้อีกด้วย

            โดยในระดับสโมสรนั้นเอดิน เชโก้ ถือว่าเป็นกองหน้าที่ประสบความสำเร็จไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อเขาสามารถช่วยโวล์ฟบวร์กคว้าแชมป์บุนเดสลีก้ามาแล้ว รวมถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้อีก 2 สมัยด้วย นอกจากนั้นผลงาส่วนตัวของเขาก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ โดยสามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวประจำฤดูกาลมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยสมัยที่ค้าแข้งกับทีมโวล์ฟบวร์กก็เคยเป็นดาวซัลโวของลีกมาแล้วในปี 2009-2010 ส่วนอีกครั้งก็คือกับโรม่า ต้นสังกัดปัจจุบันของเขาเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อนนั่นเอง ซึ่งเขาถือว่าเป็นกองหน้าตัวหลักในถิ่นโอลิมปิก สเตเดี้ยมมาโดยตลอดตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในปี 2015 โดยฤดูกาลแรกเขายิงได้เพียง 8 ประตูในลีกเท่านั้น แต่หลังจากนั้นมาฟอร์มของเขาก็ร้อนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในฤดูกาลนี้ที่วัยของเขาถึง 32 ปีแล้ว ทำให้ฟอร์มการถล่มประตูของเขากลับลดลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งมันทำให้ผลงานโดยรวมของทีม “หมาป่าแห่งกรุงโรม” นั้นไม่สู้ดีนักในฤดูกาลนี้อีกด้วย โดยในฤดูกาลนี้เขาช่วยโรม่าทำประตูในลีกได้เพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้น โดยไปช่วยทำประตูได้ดีในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกแทน รวมถึงฤดูกาลนี้เขายังถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานอีกด้วย โดยประตูสุดท้ายที่เขายิงให้โรม่าในเกมลีกได้ ต้องย้อนไปถึงต้นเดือนตุลาคมที่ทีมบุกชนะเอ็มโปลี 2-0 เลยทีเดียว หลังจากนั้นเขาไม่สามารถช่วยทีมยิงประตูในลีกได้อีกเลย แถมในทีมก็ไม่มีกองหน้ารายอื่นที่ก้าวมาทดแทนเขาได้ด้วยในฤดูกาลนี้