โค้งมรณะของ “ปีศาจแดง”

    สถานการณ์ทั้งภายใน และภายนอกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในตอนนี้นั้นหากว่าเปรียบเทียบเป็นผู้ป่วยก็คือตอนนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลาแล้ว ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วโปรแกรมในตอนนี้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถือว่าไม่ได้หนักหนาสาหัสแต่อย่างใดเลยด้วย เมื่อ 3 นัดแรกของฤดูกาลที่เจอกับเลสเตอร์ ซิตี้ ไบรท์ตัน และท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเขาควรจะเก็บ 3 คะแนนได้ทั้งหมด 3 นัดเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับมีเพียง 3 คะแนนที่ได้จากการเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ได้อย่างเดียว ททำให้สถานการณ์ของทีม และของโชเซ่ มูรินโญ่ กำลังเข้าขั้นวิกฤตเลยทีเดียว ซึ่งสุดท้ายแล้วไม่รู้ว่ากุนซือวัย 55 ปีจะเอาตัวรอดไปจนจบฤดูกาลได้หรือไม่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะอยู่ไม่จบฤดูกาลสูงเสียด้วย เพราะขนาดตอนนี้ยังไม่ใช่โปรแกรมที่หนักหนาสาหัสของพวกเขา สภาพของทีมตอนนี้ก็สะบักสะบอมเกินทนแล้ว ซึ่งทีมยังมีอุปสรรคให้ฟันฝ่าอย่างมากมาย โดยเฉพาะโค้งมรณะในช่วงเดือนตุลาคม และเดือนพฤศจิกายนที่กำลังรอพวกเขาอยู่ด้วย

โปรแกรมหลังจากเบรคให้กับทีมชาติมาในช่วงเดือนกันยายน พวกเขาก็จะเจอโปรแกรมที่ยังไม่ได้โหดมากนัก โดยเริ่มจากการไปเยือนวัตฟอร์ด ทีมฟอร์แรงในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ต่อด้วยทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนัดแรกโดยการเยือนยัง บอยส์ที่สวิตเซอร์แลนด์ ต่อด้วยการกลับมาเล่นในบ้าน 2 นัดพบกับวูล์ฟส์แฮมตัน และดาร์บี้ เคาน์ตี้ในศึกคาราบาว คัพ ต่อจากนั้นจะต้องบุกไปเยือนเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และเล่นในบ้านพบบาเลนเซีย และปิดท้ายก่อนเบรคให้กับทีมชาติอีกครั้งช่วงต้นเดือนตุลาคม โดยพบกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

แต่ว่าหลังจากหมดโปรแกรมทีมชาติไปแล้ว คราวนี้คือโค้งมรณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะต้องเผชิญ โดยเกมแรกคือการต้องบุกไปเยือนเชลซี ที่พวกเขาแม้เป็นประจำในระยะหลัง ต่อจากนั้นก็คือได้เล่นในบ้าน 2 นัดพบกับยูเวนตุสในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนัดที่ 3 และเล่นเกมลีกพบกับเอฟเวอร์ตัน และต่อด้วยเดือนพฤศจิกายนที่จะต้องบุกไปเยือนบอร์นมัธในเกมลีก และเกมเยือน 2 นัดต่อจากนี้ที่ถือว่าสาหัสสุดๆ ก็คือการบุกไปเยือนยูเวนตุสที่ตูรินในศึกบอลถ้วยยุโรป และสุดท้ายคือเกมที่จะต้องบุกไปเยือนอิติฮัด สเตเดี้ยมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งถึงแม้ว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาจะสามารถพลิกสถานการณ์จากตามหลังอยู่ 0-2 ในครึ่งแรก และกลับมาเอาชนะได้ในครึ่งเวลาหลัง 3-2 ก็ตาม แต่สถานการณ์นี้นั้นแตกต่างกันมากทีเดียว ซึ่งตอนนี้แฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคงยังไม่ได้มองไกลไปถึงตรงนั้นด้วยซ้ำ และมองว่าเอาตอนปัจจุบันให้รอดก่อนดีกว่า